ถามสาวสวยชำนาญการแต่งหน้าค่ะ เครื่องสำอางแบรนด์เนม

ถามสาวสวยชำนาญการแต่งหน้าค่ะ ปกติในชีวิตประจำวันเราจะใช้แค่เครื่องสำอางที่ซื้อตาม supermarket นะค่ะ แต่ก็เคยได้ได้ลองใช้ของเพือน MACก็รับรู้ได้ว่ามันแตกต่าง คือเหมือนเนื้อของ brush on เค้าละเอียด รู้สึกได้ว่าสวยว่าที่ซื้อตาม วัตสัน หรือบูท สำหรับชีวิตประจำวันเราไม่ค่อย seriuos ก็ใช้เครือ่งสำอางธรรมดาต่อไป

ถามสาวสวยชำนาญการแต่งหน้าค่ะ

การแต่งหน้าด้วย เครื่องสำอางแบรนด์เนม เช่น MAC Chanel

ปกติในชีวิตประจำวันเราจะใช้แค่เครื่องสำอางที่ซื้อตาม supermarket นะค่ะ แต่ก็เคยได้ได้ลองใช้ของเพือน MAC
ก็รับรู้ได้ว่ามันแตกต่าง
คือเหมือนเนื้อของ brush on เค้าละเอียด รู้สึกได้ว่าสวยว่าที่ซื้อตาม วัตสัน หรือบูท

สำหรับชีวิตประจำวันเราไม่ค่อย seriuos ก็ใช้เครือ่งสำอางธรรมดาต่อไป
แต่ถ้าเป็นกรณีงานแต่งงาน ที่เป็นเจ้าสาวล่ะค่ะ ถามผู้รู้ว่า

*การแต่งหน้าด้วย เครื่องสำอางแบรนด์เนม เช่น MAC Chanel Bobbi Brown จะได้ผลลัพธ์สวยกว่าเครื่องสำอางทั่วไปมั้ย*
ไม่รวมเรื่องฝีมือช่างแต่งหน้า
ไม่รวมเรื่องความติดทน เพราะเราไม่ใช่คนผิวมันเยิ้มที่ต้องเติมหน้าบ่อยๆ
กำลังเลือกช่างแต่งหน้าวันงานค่ะ รบกวนแนะนำหน่อยค่ะ

ต่างกันค่ะ ต่างมากด้วย โดยเฉพาะพวกรองพื้น แป้งผสมรองพื้น อะไรพวกเนี้ยอ่ะค่ะ

ต่างกันค่ะ ต่างมากด้วย โดยเฉพาะพวกรองพื้น แป้งผสมรองพื้น อะไรพวกเนี้ยอ่ะค่ะ
หากเป็นวันพิเศษใช้ของแบรนด์จะดีกว่าค่ะ จะได้ผลลัพธ์ทึ่แตกต่างและดีมากๆจริงๆค่ะ
ต่างมากค่ะ
พวกรองพื้นสีไม่หลอก ติดทน ไม่เยิ้ม ไม่แตก ไม่ด่าง แป้งโปร่งเบานุ่ม
เครืองสำอางสีสวย เม็ดสีอิ่ม สีดูดีมีรสนิยม เข้มแบบไม่ฉูดฉาด เนียนกลมกลืนกับผิว ติดทนตลอดวัน ไม่มีเลือนหายง่ายๆ
ไม่ว่าหน้าจะแห้งหรือมัน ที่เป็นเนื้อชิมเมอร์ก็แวววาวไม่ใช่เงามุกแบบเหลือบหลอก
อายไลน์เนอร์เรียบกริบไม่เป็นก้อนไม่หลุดเป็นสะเก็ดไม่ไหลเยิ้มค่ะ
ถูกและดีมีเยอะ แค่เลือกใช้ให้เป็น และรู้จักลึกซึ้ง
อายแชโดว์ราคาร้อยกว่าๆ เม็ดสีแน่นๆมีเยอะเลยค่ะ
หาอายไพรเมอร์ดีๆสักอัน อายแชโดว์ราคาถูกๆก็กลายเป็นไฮเอนได้นะคะ
ถ้าถามความแตกต่าง ใช่ค่ะ แตกต่างที่ราคาแน่นอน และแตกต่างที่ความรู้สึกด้วย
ของแพงๆ เค้าก็ต้องทำออกมาให้เนียนลื่นอยู่แล้ว แต่พวกแอบตกเลอะก็เยอะแยะไป
อยู่ที่ความพอใจดีกว่าค่ะ มีเงินชอบของแพงก็ซื้อไปค่ะ
หรือ ใช้จนรู้ว่า ถูกและดี ก็มีถมไป เงินทองเก็บไว้ มีอันใหม่ไฉไลๆ ซื้อไว้ไม่เปลืองตังค์ค่ะ ^^

โดยความเห็นส่วนตัวเราว่า

เครื่องสำอางค์บางอย่างถูกแพงไม่สำคัญ ของอย่างนี้ขึ้นอยู่กับฝีมือการแต่งหน้าของแต่ละคนมากกว่าค่ะ
ยกตังอย่างเช่นนะคะ
1.มาสคาร่า ตอนนี้เราใช่ของท้องตลาดค่ะ 79 บาท ใช้ดีอยู่นะคะ ใช้มาเป็นปีแล้ว เราใช้แบบพู่กัน ตามความถนัดของเรา
เมื่อก่อนเคยใช้ของLifeford เขียนลื่นดีนะ แต่พอเหงื่อออกรู้สึกว่าจางเร็ว

2.แป้งพัฟเราใช้ BSC ค่ะ รุ่นอะไรไม่รู้ รู้แค่ว่าซื้อมา 700 กว่าบาท โดยส่วนตัวเป็นคนหน้ามันมาก
รู้สึกว่าตัวนี้พอคุมหน้าเราได้ในระดับปานกลาง ก้อโอเคแหละ เพราะตั้งแต่ใช้แป้งมา BSC เหมาะกับสีหน้าเรามากที่สุดละ
ของถูกก้อเคยใช้นะคะ แต่คุมมันได้แต่ ชม เดียว หลังจากนั้น เยิ้มจ้า………….. แบบว่าเหมือนเอาหน้าไปอังเตาไฟมาสัก 2-3
ชม งั้นแหละ

3.ที่ปัดแก้มค่ะ หรือบลัชออนนนั้นเอง อันนี้ซื้อมาโคตรคุ้มเลยค่ะ 59 บาท ขอบอกว่าซื้อมาตั้งแต่เรียนมหาลัยปี 2 จ้า
ตอนนี้อิชั้นทำงานมา 2 ปีแล้วจ้า ยังใช้ตัวเดิมอยู่เลย เป็นคนแต่งหน้านะคะ ตอนเรียนก็แต่งหน้า ออกงานก็แต่งเต็ม
แถมยังแต่งให้ชาวบ้านชาวช่องเขาอีกด้วย โอ้วมายก๊อดม๊ากอะ พูดจริงไม่โม้นะจ๊ะ แล้วก็ไม่แพ้ด้วย เกาะติดดีค่ะ
อาจเป็นเพราะใช้แป้งพัฟดีหน่อย มั๊ง อันนี้ไม่รู้เกี่ยวไหมนะ 55+ ปล.ได้ฤกษ์ซื้อใหม่แล้วค่ะ ของเก่าใหล้หมดละ

4.มาสคาร่า อันนี้เคยใช้ของถูกค่ะ ประมาณ 59-79 บาท รู้สึกเป็นธรรมชาติมากคือมันไม่หนาอะ
ที่ถูกก็เพราะตัวเนื้อมาสคาร่ามันน้อยค่ะ เลยปัดได้นิดเดียว ซื้อมาใช้ได้ไม่นานเท่าไร มันก็แห้งไปตามกาลเวลา
ตอนนี้ใช้มาสคาร่าของเมเบลีน 159 บาท ซื้อเพราะมันลดจาก 200+ เพราะอยากลองปัดที่หนาๆดูบ้าง เอออออ โอเคเลยนะ
แต่ตอนล้างออกนี่สิ ขนตาหลุดมาด้วยตลอด เพราะติดหนามากอะ ดีเวอร์ ตอนนี้ใช้สีน้ำตาลค่ะ ดูธรรมชาติ๊…. ดูธรรมชาติ…….

5.eye shadow ค่ะ ตอนเริ่มหัดแต่งหน้าใช้อันละ 39 บาทค่ะ ตามตลาดนัดเลย สีสวยค่ะ แหล่มมาก แต่ไม่ค่อยติดทนเท่าไร
นานๆไปก็เริ่มจาง แต่จางไม่มากนะ ก็พอให้อภัยได้อยู่กับราคาอันแสนถูก ต่อมาเริ่มพัฒนาซื้อยี่ห้อ odbo สีสวยเหมือนของ naked
เลย แต่ข้อเสียคือ ฝุ่นของสีมันจะเยอะกว่าnaked เวลาลงต้องลงเบาๆนะฮะ

6.ที่เขียนคิ้ว เนื่องจากเราเป็นคนคิ้วหนาอยู่แล้ว จึงไม่ต้องซื้อที่เขียนคิ้วให้เปลือง
แต่ถ้าวันไหนออกงานอยากเพิ่มความหนาอีกนิด ก็เอาสีเขียนตานั่นแหละค่ะ เอามาเขียนคิ้ว ก็ดูเก๋นะเออ ใช้ได้ดีค่ะ
ติดคิ้วทนทั้งวันเลย ปล.ยี่ห้อที่ใช้คือ ARON 39 บาท ในนั้นจะมี 3 สี สีน้ำตาล ขาว ส้มโอรส

7.ลิปสติก อันนี้เราจะเลือกที่มียี่ห้อหน่อยค่ะ เพราะกลัวอันตรายกลัวเวลากลืนกินอะไรเข้าไป
มันจะเข้าไปสู่ภายในร่างกายของเราด้วย เมื่อก่อนใช้ Cute Press ค่ะ ตอนซื้อมาก็สีสวยดีหรอก แต่พอได้มาลองกับปากตัวเองจริงๆ
ดูตลกมากอะ เลยเปลี่ยนไปลองใช้ของมิสทีน สีสวยโอเคอยู่นะ แต่ติดไม่ทนไม่นาน ต้องหมั่นคอยเติมอยู่บ่อยๆ
แต่ตอนนี้หลงรักลิบสติกของ Oriental Princess มากค่ะ ซื้อมาเป็นพาลต 200+ บาท มี 5 สี นอกจากสีจะเลิศแล้วนะ เวลาผ่านไป
เนื้อลิบอาจจะหลุดไปบ้าง แต่สีลิปยังคงอยู่ ไม่จืดจางเลยจ้าาาาาา ปลิ้มมาก ให้ 11 เต็ม 10 ไปเลย

**แวะมาแลกเปลี่ยนความรู้เท่านี้ก่อนค่ะ **

เอาาสคาร่ามาเขียนตาหรอคะ

จึ๋ย!!ป่าวจ้า มาสคาร่า เราใช้ตามปกติค่ะ แต่ที่ผิดปกติไปหน่อย คือ เราเอาอายแชโดว์มาเขียนคิ้วค่ะ อิอิ ^^ จากที่ประสบมา คิดว่าต่างค่ะ แต่ว่าเอาเป็นใช้ให้ถูกโอกาส ก็จะคุ้มค่า คุ้มเงินในกระเป๋านะคะ
Brand แพงๆ ไว้วันสำคัญๆ แบบอยาก เป๊ะ ชัวร์ เช่นไปงานแต่ง ออกงาน
Brand ราคากลางๆก็ สำหรับ วันธรรมดา ทำงาน everyday look
ตัวอย่างสำหรับเราที่เห็นชัดเลย คือแป้ง Chanel Matt มันเด้ง ผ่อง คุมมัน ไม่คราบ คือแพงแต่สมราคาจริงๆ ปริมาณแอบเยอะด้วย
จัดไปออกงานกลางวัน กลางแดดมาแล้ว เช่นงานบวชไม่มีเป็นคราบให้อับอาย ถ่ายรูปออกมาสวยวิ้งค์จ้า แต่วันธรรมดาก็ใช้ แค่ Cezane
เอาจ้า แบรนด์เนมแต่กาก ก็มี โนเนมแต่คุณภาพดี ก็มาก ฉลาดเลือก เลือกเป็น มีชัย สบายกระเป๋าค่ะ ปกติไม่แต่งหน้าแต่เลือกบางอย่างที่แบรนด์
-รองพื้น Revlon Photoready นี่เริ่ดสุดแล้ว ไม่เคยทำให้ผิดหวังหน้าไม่ว่อก ไม่หลอก
-แป้งเด็กธรรมดา+แป้งฝุ่นมิสทีนกระป๋องละ 30 บาท เอาอยู่วิ้ง เนียนเป๊ะ
-แป้งพัพ มิสทีนเลย ถูก
-ปัดแก้ม อันนี้เอาของดีหน่อยจะได้ติดทน ทาเช้าอยู่ยันเย็นจริงๆเลยเชียว Nars Physicians Formula
ตัวล่าสุดที่ซื้อมานี่สุดยอด เจ๋งกว่า Nars อีกค่ะ
-มาสคาร่า เอาของถูกเพราะนานๆใช้ทีแห้งหมด
-ลิป ลิปของดีแพงหน่อยทาแล้วปากไม่ลอก สีสวยติดทน และมันเสี่ยงที่จะเข้าปากเราด้วยเพราะฉนั้น เอาดีหน่อย (ปกติทาแต่ลิปมัน)
-ที่เขียนคิ้ว Etude 85 บาทก็เขียนได้หลายเดือนแล้ว
ทั้งนี้ทั้งนั้นมันต้องได้ลองก่อนนะคะถึงจะรู้ว่าดีหรือไม่ดี
และเราว่าพื้นฐานผิวที่ดีมีผลต่อการแต่งหน้ามากกว่าเครื่องสำอางแพงๆค่ะ

ที่เรามีของแบรนด์ ที่เราชอบคือ Brush on Dior ปัดแล้วติดทนทั้งวันและเนียน สวยคะ ก่อนหน้านี้เคยใช้ Nars แต่ไม่ชอบเลย

มาสคาร่า Estee ซื้อเพราะเขาแถม eye repair cream และ ที่เช็ดเครื่องสำอางส์ ก็ถือว่าดีคะ
แป้ง Chanel Vital compact ก็ใช้ดีนะคะ เปรียบเทียบกับแป้งของ clinique
แป้งฝุ่นของ BSC ก็ใช้ดี หน้าผ่องดี แต่ปริมาณน้อยมาก สมราคา แต่พัฟนุ่มดี
ความคิดเห็นนะคะ ของแบรนด์มันก็ดีนะคะ จากที่เคยใช้ของตาม Drug store
ปล.เขียนคิ้ว ของ Kate ก็ใช้ดีนะคะ แล้วแต่ตัวดีกว่า ต้องลองต้องเลือก เราเคยใช้อายไลเนอนาร์ ไม่ถูกใจอย่างแรง ใช้มาทุกยี่ห้อ มาจบที่ไลฟ์ฟอร์ดแบบปากกา
ถ้าเจลของบ็อบบี้บราวน์ มาสคาร่าใช้ทั้งลังโคม กับเมเบอลีน ส่วนตัวชอบเมเบอลีนมากกว่าลังโคมนะ เราไม่สนยี่ห้อนะ อันไหนดีก้ออันนั้นแหละ

มีทั้งแบบเคาท์เตอร์แบรนด์และแบบดรักสโตร์ค่ะ

มีทั้งแบบเคาท์เตอร์แบรนด์และแบบดรักสโตร์ค่ะ
เอาจริงๆ มันก็ดีทั้งสองแบบนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าเข้ากับเราดีหรือเปล่า แต่ให้ภาษีเคาท์เตอร์แบรนด์สูงกว่าหน่อย ยกตัวอย่า
รองพื้น เคยใช้ nars ของเพื่อน ไม่เข้ากับเราเลย แต่พอมาใช้ bourjois กลับดีมากๆ ก็ไม่ได้ถูกมาก ราคาประมาณ 500
แต่ก็เข้ากับเรามากๆ

บลัชออน อันนี้ของถูกหน่อยก็จะเป็นพวก sleek อันนี้ดีมากก เทียบเท่าของแพงๆได้เลย ติดทน เข้าก็ผิวได้ดี
หรือของ cartice อันนี้ถูก แต่ก็ตามราคาเนื้อค่อนข้างแป้ง แต่ก็ติดทน ของ op อันนี้เนื้อแป้งไม่ผ่านสุดๆ 150 ยังเสียดายเงิน
ส่วนของแพงนี่เป็นพวก stila benefit nars อันนี้ยอมรับว่าดีจริงๆสีจะเนียนกลืนไปกับผิว
พิกเมนท์แน่นแต่เนื้อไม่หนักทำให้ปัดเบาๆสีก็ชัดแล้ว ทำให้ดูไม่โบ๊ะ

มาสคาร่า ยกให้ ลอรีอัล lash architect 4d ดีมากกก เอาจริงๆก็ใช้เมเบอลีนอ้วนม่วงอยู่ แต่ของลอรีอัลดีกว่าเยอะ
ไม่เคยใช้พวกของแพงเลย
เพราะพวกนี้ไม่แพงและดีอยู่แล้ว

เขียนคิ้ว อันนี้เราว่าไม่ต้องแพงมากก็ใช้ได้ เพราะใช้มาแล้วทั้งแพงทั้งถูก ผลที่ได้ก็พอๆกัน เคยใช้เบเนฟิตก็ดี
แต่พอมาใช้อีทูดี้ เคท มิสทีน
ดีมากก ออกมาตรงใจ โดยเฉพาะมิสทีนพาเลทสีน้ำตาลเทา สีสวยมาก ถูกมากและดีมาก

ลิปสติก อันนี้ใช้ทั้งถูกทั้งแพง แต่ส่วนมากจะเป็นของ ดรักสโตร์เยอะ เพราะบ้าจี้ ลดราคาบ่อย ซื้อเยอะ แต่เอาจริงๆใช้แต่ของ
mac
ของไม่แพงมากชอบเอามาผสมเล่นให้มีสีใหม่แบบไม่เปลืองเงิน เอาจริงๆของดรักสโตร์ก็ดีนะคะ พวก เลฟรอน เมเบอร์ลีน wet n wild
บิวตี้ บุฟเฟต์
คาทรีซ เอซเซ้น nyx รุ่น ซอฟแมท ดีหมดเลย แต่งบไม่พอตัวเลือกพวกนี้ไม่ได้แย่เลยค่ะ เกินราคามากๆ

ส่วนแป้งนี่ใช้มาพอควรมาตายรังจริงๆที่ แป้งผสมรองพื้นของเซซาน กันแบบเพรสของ rimmel ซะงั้น ส่วนแป้งฝุ่นยกให้ LM ที่จริง
MTI ก็ดีแต่ยังสู้ LM ไม่ได้

คอนซีลเลอร์ อันนี้ยอมรับว่า ของเคาท์เตอร์แบรนด์ดีกว่ามากๆจริงๆ ปิดสิวของ mac นี่กริ๊บ ใต้ตาต้อง BB ของเค้าดีจริงๆ

พวกอายแชโดว์ อันนี้ยังไงยังไงก็ยกให้เคาท์เตอร์แบรนด์ ดีกว่าร้อยล้านเท่า ไม่ร่วง สีสวย อธิบายไม่ถูก
แต่คอนเฟิร์มว่ายังไงอายแชโดว์ของแพง
ดีกว่าของถูกแน่นอน ต่อให้ตลับเกือบ 500 ของ kate ก็สู้ไม่ได้จริงๆ ต้องลองเองค่ะ

พวกเครื่องสำอางเราว่าต้องลองเล่นไปเรื่อยๆ ขยันดูรีวิวบวกกับฝึกแต่งหน้าเยอะๆจะรู้ว่าอันไหนเข้ากับเรา ไม่เข้ากับเรา
ค่อยๆเก็บประสบการณ์ไปค่ะ
ต่อไปก็ไม่ต้องซื้อดะแล้ว เลือกเฉพาะที่ได้ใช้จริงๆ (ซึ่งทำได้ยาก)
10 อันดับแบรนด์เครื่องสำอางที่โด่งดังที่สุด

ทำไมต้องใช้คำว่า blush on กัน งง?

ถ้าไม่ใช่คนหน้ามัน ไม่น่าจะกังวลนะคะ แบบว่าติดไม่ทน ไม่คุมมันไรงี้
ส่วนเรื่อง คุณภาพ มันก็ต่างกันบ้าง ต้องรู้จักเลือกใช้ให้ถูกกับผิวหน้าเราค่ะ
แต่ของถูกและดีมีเยอะนะคะ
ส่วนตัวคิดว่าควรลงทุนกับพวก base make up ค่ะ พวกรองพื้น แป้ง เราชอบ lunasol / coffret dor นะ เลือกสีง่ายหน่อย
ถ้าแบรนด์ทางยุโรปเราว่าเลือกสียากค่ะ แต่รองพื้น drugstore ก็ใช่ว่าจะไม่ดี มีทั้ง revlon / kate / loreal / bourjois
มาให้เลือกเยอะแยะ คุณภาพก็โอเคนะคะ / สำหรับชีวิตประจำวัน กะลังรัก bb freshel ค่ะ (รักจริงๆ Kanebo เนี่ย 555)
พวก color ต่างๆ เราว่าอยู่ที่รู้จักเลือก และฝีมือค่ะ ถามสาวสวยชำนาญการแต่งหน้าค่ะ
eye Kate / sleek / wet wild / maybelline ก็ดีนะคะ หา primer ตาดีๆ สักอันก็สวยแล้วค่ะ
blush ตะก่อนรักน้อง nars แต่หลังๆ มาลอง sleek ก็สวยยยไม่แพ้กันค่ะ trick อยากให้ติดทนก็ใช้แบบครีมลงก่อนค่ะ ถามสาวสวยชำนาญการแต่งหน้าค่ะ
สีติดทนแน่ค่ะ หรือไม่อยากเปลืองเงินซื้อเพิ่มก็ lipstick ที่มีนี่แหละค่ะ หาสีโทนๆ เดียวกับ blush ค่ะ
lip นี่แล้วแต่คนเลย แนะนำยาก เพราะอย่างเราใครว่าอะไรดี ไปลองก็แพ้ คราบหมด แต่ที่รักสุดก็ dior แต่ยังไงก็ต้องเติม ถามสาวสวยชำนาญการแต่งหน้าค่ะ
เพราะไม่ชอบลิปเนื้อ matte ค่ะ revlon ก็ดีนะคะ ไม่คราบค่ะ ตอนนี้กะลังติดใจ mua / wet wild ค่ะ ถามสาวสวยชำนาญการแต่งหน้าค่ะ
ของแพงเราเน้นเฉพาะพวกบีบีครีม รองพื้นทาหน้า ส่วนอายชายโดว์ มาสค่าร่าพวกนี้เราไม่เน้นค่ะ ถามสาวสวยชำนาญการแต่งหน้าค่ะ
เครื่องสำอางค์ราคาแพง เพราะส่วนผสมดี ไม่เยิ้ม ล้างทำความสะอาดง่าย เนื่อนุ่ม ส่วนของตามตลาดมักแตกเป็นขุยและมีเยิ้มง่ายค่
ต่างค่ะ มันเป็นความต่างที่…อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ เช่น วันไหนที่เราทาแป้งลอร่า วันนั้นจะมีคนทักว่า “ทำไมวันนี้สวยขึ้น”
วันไหนเราทาอายชาโดว์ UD ก็จะมีคนถามตลอดๆ “ใช้อาไรอ่ะเธอ…” ประมาณนั้นค่ะ
เราว่ามันอยู่ที่พื้นฐานผิวหน้าเรามากกว่าว่าสุขภาพผิวเราดีแค่ไหน เพราะถ้าผิวหน้าแย่ต่อให้ใช้MAC
สาวกสาวมิสทีนอย่างชั้ลก็สู้ได้สบายค่ะอ่าน 3 ข้อแรกเห็นด้วยนะคะ อ่านไปยิ้มไป แต่พอมาเจอข้อ 4 ข้อ 5 หุบยิ้ม หน้าบึ้งทันที นี่บอกเลย จขกท. มีทัศนคติไม่โอเคสุดๆ
คือเข้าใจว่าอยากทำยอด แต่ไม่ใช่เคาร์เตอร์ตามห้างหรอคะ ที่มีการปล่อยให้คนไปตัดของออกมาเซล 20-30% ?
แถมอีพวกเทสเตอร์ที่มะแร่งเขียนว่า not for sale แต่เอามาวางขายกันเกลื่อน ถามหน่อยเอามาจากไหนหรอคะ เวลาลูกค้าเค้าไปขอ
อยากลองว่าใช้แล้วแพ้มั้ย นอกจาก kiehl ไม่เคยเห็นเคาเตอร์ไหนบอกเหลือ….. ป่วยการจะพูดค่ะ ถ้ามีทัศนคติแบบนี้
อย่าไปเป็นพนง.ขายเลยค่ะ ถ้าเราเป็นผจก.แล้วรู้ว่าพนง.ในบริษัทคิดแบบนี้กับลูกค้า บอกเลยว่าปลิวค่ะ มิน่าล่ะ
เวลาไปลองคสอ.ตามเคาเตอร์ แค่เปิดฝามาลองทา นี่โดนสายตาเพชรฆาตประหนึ่งว่ากำลังจะโขมยเครื่องเพชรของหม่อมแม่ของนางก็มิปาน
ตอนนี้เข้าใจละว่าเกิดอะไรขึ้นภายใน สรุปคือกะจะขายของอย่างเดียวโดยไม่แม้แต่จะส่องกระจกชะโงกดูตัวเองเลยเนอะ เซง…ทุกอย่างมันคือธุรกิจคะ
จะซื้อที่ไหนลองที่นั่น
ไม่ใช่ซื้อที่นั่นลองที่นี่คะ
การขาย 20-30มันก้อส่วนของเค้า
เพราะเราก้อขายเค้าเท่าคุนทุกคน
คุณซื้อไปเท่าไร เราก็ขายเท่านั้น
เค้าซื้อหลักแสนหลักล้าน ก็ก็ต้องได้ในสิ่ง
ที่เค้าควรได้ คือของแถม
คุณซื้อ10,000 ก้อได้ของตามที่จะได้
เค้าซื้อเยอะ ของแถมก็เยอะ ตามกันไป
เค้าจะขายเท่ารัยก็ได้ แต่ประเด็ดอยุ่ที่ว่า
เรา ลูกค้าจะซื้อกับใคร ซื้อ 30 ก็ไปลองกับ30
ซื้อ10 ก็ลองกับ10
เทสเตอร์ เค้าติดบาร์โค้ดกันหมดแล้ว
ไม่ขาย จะให้ได้ยังไง
เปิดร้านแจกฟรีดีกว่ามั้ย ถ้างั้น!!
Read more สาวกเครื่องสำอาง โปรดฟัง รักทุกคนที่มีสติ

Facebook Comments