สาวกเครื่องสำอาง โปรดฟัง รักทุกคนที่มีสติ

สาวกเครื่องสำอาง โปรดฟัง รักทุกคนที่มีสติ สามผู้อ่านครั้งแรกที่เห็นด้วยกับผมที่จะอ่านมัน แต่ฉันมาข้ามบทความ 4, 5 ยอดเขายิ้มหน้าบึ้งทันทีพูดขนี้ทัศนคติที่ไม่ได้เป็นข้อตกลงโอเค ผมเข้าใจว่ามันจะทำ แต่ผมคิดว่าเคาน์เตอร์แผนก จะให้ออกจากเซลล์ที่จะลด 20-30%?มันโพสต์เดียวที่ผมเขียน

สาวกเครื่องสำอาง โปรดฟัง รักทุกคนที่มีสติ

ที่ชอบซื้อของในเน็ต เพราะกลัวเจอพนักงานแบบคุณ

ถามเจ้าของกระทู้ว่า แบบเรานี่ ควรถูกจิกเรียกว่า “บัว” ไหม
เราตั้งใจจะไปซื้อไนท์ เดย์ และน้ำทับทิม จากห้างหนึ่ง หลังจากที่ได้ลองตัว “เทสเตอร์” ที่แบรนด์นี้แจกให้สาวๆ ลองใช้
เราไปขอรับเทสเตอร์จากห้างหนึ่ง พอลองแล้ว เราตั้งใจไปซื้อห้างใกล้บ้าน
วันนั้น..ห้างใกล้บ้าน
เราก็ไปยืนหน้าเคาน์เตอร์แล้ว กำลังถามพนักงานเกี่ยวกับสภาพผิวเรา
พอดีกับว่า มีลูกค้าอีกท่านกำลังเดินมา ยังไม่ถึงเคาน์เตอร์ดี พนักงานคนดังกล่าว ทิ้งเรา แล้วไปดี๊ด๊า เรียกคุณคะ คุณขา
เราก็เลยเดินจากที่นั่น แล้วไปซื้ออีกห้างหนึ่ง
ถามว่า “เราบัวไหม พนักงานทำกับเราแบบนี้”
แล้วถ้าพนักงานขายใดๆ เรียกลูกค้าว่า บัว เราเรียกกริยาที่พนักงานคนนั้นทำ ว่า พุดเดิ้ล จะได้พอๆ กัน ดีไหมคะ

เราขายเครื่องสำอางอยู่ค่ะ

เห็นด้วยทุกข้อ แต่ไม่เห็นด้วยเรื่อง บัว นะคะ

คุณขายแบรนด์—เทสเตอร์คุณเสียเงินให้ลูกค้าเทสเองหรือเปล่า???? ลูกค้าเค้าเทสไป อาจจะไปซื้อที่อื่น
แต่เงินก็ยังเข้าบ.คุณ(เงินเดือนคุณก็มาจากรายได้ของบ.ไม่ว่าจะมาจากยอดจำหน่ายช่องทางไหน) ถ้าคุณเป็นพนักงานที่เก่งจริง
เราว่าคุณจะเจอบัวไม่เยอะเท่านี้น้า อีกอย่าง BA ในห้างหวงเทสเตอร์ลูกค้าสุดๆ ลองคุณเป็น BA ใจป๋า แนะนำโปรบัตร ส่วนลด
เสนอของแถมให้สุดๆเต็มแม็กที่ บ.เค้ากำหนดมา คุณไม่นกแน่นอน

เราขายของ เทสเตอร์เราไม่มีใครซัพพอร์ท เงินตัวเองล้วนๆที่เสียเทสเตอร์เพื่อให้ลูกค้าได้ลองก่อน เรายังไม่เคยหวงลูกค้าเลย
บางคนมาลอง มาถามทุกวันเป็นเดือนๆ กว่าจะซื้อก็อีกนาน แต่เราว่าสุดท้ายเค้าก็มาซื้ออยู่ดี

เพิ่มเติม…….อันนี้อยากให้อ่านเหมือนกัน

สาวๆค่ะ ประเทศไทย เป็นเมืองร้อน ร้อนมาก ร้อนสุดๆ ร้อนวัวตายควายล้มต้มไข่สุก เพราะฉะนั้น
สินค้าบางอย่าง อย่าได้บ้าตามกระแสค่ะ มันไม่ได้เหมาะกับสภาพผิวคนไทยเราที่ต้องปรับให้เข้ากับภูมิอากาศแม้แต่น้อย สาวกเครื่องสำอาง

Cusion เนี่ย ถามหากันจัง คือ เกาหลีเค้าประเทศหนาว มีหิมะ อากาศแห้ง สาวกเครื่องสำอาง
ผู้หญิงบ้านเค้าจึงต้องการเครื่องสำอางที่ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ ชุ่มชื่น —- แล้วมองกลับมาที่ไทย สาวกเครื่องสำอาง

ตามหาCusionจนได้มาครอบครอง—ซึ่งจริงๆคูชั่นเนี่ยทาแล้วไม่ต้องลงแป้ง แต่สภาพเมืองไทยคุณก็ต้องเซ็ทด้วยแป้งอยู่ดี สาวกเครื่องสำอาง
ความฉ่ำวาวมันก็หายไปแล้วค่ะ อีกอย่างเราว่ามันแพงมาก แถมได้ปริมาณน้อย ใช้ไม่กี่ครั้งก็หมดแล้วอ่ะ สาวกเครื่องสำอาง

ข้อแรกเห็นด้วยนะคะ อ่านไปยิ้มไป แต่พอมาเจอข้อ 4 ข้อ 5 หุบยิ้ม

อ่าน 3 ข้อแรกเห็นด้วยนะคะ อ่านไปยิ้มไป แต่พอมาเจอข้อ 4 ข้อ 5 หุบยิ้ม หน้าบึ้งทันที นี่บอกเลย จขกท. มีทัศนคติไม่โอเคสุดๆ
คือเข้าใจว่าอยากทำยอด แต่ไม่ใช่เคาร์เตอร์ตามห้างหรอคะ ที่มีการปล่อยให้คนไปตัดของออกมาเซล 20-30% ? สาวกเครื่องสำอาง
แถมอีพวกเทสเตอร์ที่มะแร่งเขียนว่า not for sale แต่เอามาวางขายกันเกลื่อน ถามหน่อยเอามาจากไหนหรอคะ เวลาลูกค้าเค้าไปขอ สาวกเครื่องสำอาง
อยากลองว่าใช้แล้วแพ้มั้ย นอกจาก kiehl ไม่เคยเห็นเคาเตอร์ไหนบอกเหลือ….. ป่วยการจะพูดค่ะ ถ้ามีทัศนคติแบบนี้ สาวกเครื่องสำอาง
อย่าไปเป็นพนง.ขายเลยค่ะ ถ้าเราเป็นผจก.แล้วรู้ว่าพนง.ในบริษัทคิดแบบนี้กับลูกค้า บอกเลยว่าปลิวค่ะ มิน่าล่ะ สาวกเครื่องสำอาง
เวลาไปลองคสอ.ตามเคาเตอร์ แค่เปิดฝามาลองทา นี่โดนสายตาเพชรฆาตประหนึ่งว่ากำลังจะโขมยเครื่องเพชรของหม่อมแม่ของนางก็มิปาน สาวกเครื่องสำอาง
ตอนนี้เข้าใจละว่าเกิดอะไรขึ้นภายใน สรุปคือกะจะขายของอย่างเดียวโดยไม่แม้แต่จะส่องกระจกชะโงกดูตัวเองเลยเนอะ เซง…

ใครอ่านไม่ทัน คห.122 แคปไว้แล้วค่ะ

ทุกอย่างมันคือธุรกิจคะ
จะซื้อที่ไหนลองที่นั่น
ไม่ใช่ซื้อที่นั่นลองที่นี่คะ
การขาย 20-30มันก้อส่วนของเค้า
เพราะเราก้อขายเค้าเท่าคุนทุกคน
คุณซื้อไปเท่าไร เราก็ขายเท่านั้น
เค้าซื้อหลักแสนหลักล้าน ก็ก็ต้องได้ในสิ่ง
ที่เค้าควรได้ คือของแถม
คุณซื้อ10,000 ก้อได้ของตามที่จะได้
เค้าซื้อเยอะ ของแถมก็เยอะ ตามกันไป
เค้าจะขายเท่ารัยก็ได้ แต่ประเด็ดอยุ่ที่ว่า
เรา ลูกค้าจะซื้อกับใคร ซื้อ 30 ก็ไปลองกับ30
ซื้อ10 ก็ลองกับ10
เทสเตอร์ เค้าติดบาร์โค้ดกันหมดแล้ว
ไม่ขาย จะให้ได้ยังไง
เปิดร้านแจกฟรีดีกว่ามั้ย ถ้างั้น!!

เอิ่ม เคาท์เตอร์คุณเนี่ย คนที่ไปใช้บริการคงลำไยหน้าไม่นับแขกคุณน่าดู

ถ้าคุณมีทัศนคติแบบนี้ คุณก็คิดสิว่า คุณก็ได้ยอดขายจากแม่ค้าออนไลน์แล้วถ้าลูกค้าปลีกจะไปซื้อผ่านแม่ค้าออนไลน์โดยไปลองที่คุณก็ไม่ใช่เรื่องผิดเว้นแต่ คุณสร้างความประทับใจให้แม่ค้าออนไลน์ไม่ได้ เขาเลยไปซื้อกับ ba สาขาอื่นที่ให้โปรเหมือนๆกับคุณ
55555 ยิ่งอ่านยิ่งขำเลยค่ะ เหมือนนั่งอ่านเด็กประถมแชทด่ากันกับเพื่อนเลย ก็ดูตลกดีนะคะ เอ
รู้สึกว่าพนง.ขายคสอ.ตามเคาเตอร์นี่รับวุฒิป.ตรีขึ้นเนาะ ถ้าเอาความคิดแบบนี้เข็นตัวเองจนจบป.ตรีมาได้
เราคงเลิกบ่นเรื่องค่าแรงขั้นต่ำเมืองไทยละ สงสารผบห.ship หาย ต้องมานั่งจ้างคนพวกนี้ อ้อ! แล้วก็ใช่ค่ะ นี่คือธุรกิจล้วนๆ
ทุกคนมีบทบาทของตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่มาซื้อ ใช้ และบอกต่อความประทับใจ,
ผบห.ที่นั่งคิดการตลาดแข่งขันก้บคู่แข่ง ไปจนถึง “ลูกจ้าง” ที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนผบห.เวลาลูกค้าไปซื้อของร้าน eveandboy
และตั้งศัพท์กากๆมาเรียกลูกค้าของแบรนด์เค้าว่าบัว แถมยังเอามาตั้งด่าในพันทิพอีก เห้อ ชีวิต..
ถ้าคุณเก่งพอ คงพูดเชิญชวนให้คนซื้อได้
มีการโทษลูกค้าว่าทำให้ตัวเองไม่ค่อยสนใจลูกค้า
ต่อให้มีให้คนมาลองแต่ไม่ซื้อ
คุณคือผู้ให้บริการ ตามหน้าที่แล้วควรสนใจลูกค้าเสมอค่ะ

คุณบัว ใช่มั้ยคะ 555

พนักงานทุกคน ทำงานบนยอดขาย
ไม่ขายก็ไม่ได้ตัง ไม่มีคัยหรอกที่ไม่อยากขายของ
เดือนนึงแบกเป้าหลายล้าน
ลูกค้าเดินเข้ามา ก็แยกกันรับแบบสุด
แต่เจอบัวก็ไม่ไหว
ชั้นคนนึง ที่ไม่เคยรับลูกค้าหน้าร้านแบบเหวี่ยง
แต่ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา คืออยากบอกให้เข้าใจ
ว่า อย่าบัวเลย เห็นใจกันหน่อยคะเราทำงานบนยอดขาย
เป็นลูกค้าที่ปกติไม่ชอบบัวแต่เราเลือกนาน เพราะเราไม่ค่อยใช้เครื่องสำอาง
แต่ช่วงหลังๆเราไม่ซื้อ เพราะเราเลือกแล้วบีเอมองหน้า บีเอไม่สนใจ
เราน้อยใจ เราก็เลยไม่ซื้อ แล้วบีเอก็ว่าเราบัว
เราเสียใจนะ ฮืออออออ
เราขายเครื่องสำอางอยู่ค่ะ
เห็นด้วยทุกข้อ แต่ไม่เห็นด้วยเรื่อง บัว นะคะ
คุณขายแบรนด์—เทสเตอร์คุณเสียเงินให้ลูกค้าเทสเองหรือเปล่า???? ลูกค้าเค้าเทสไป อาจจะไปซื้อที่อื่น
แต่เงินก็ยังเข้าบ.คุณ(เงินเดือนคุณก็มาจากรายได้ของบ.ไม่ว่าจะมาจากยอดจำหน่ายช่องทางไหน) ถ้าคุณเป็นพนักงานที่เก่งจริง
เราว่าคุณจะเจอบัวไม่เยอะเท่านี้น้า อีกอย่าง BA ในห้างหวงเทสเตอร์ลูกค้าสุดๆ ลองคุณเป็น BA ใจป๋า แนะนำโปรบัตร ส่วนลด
เสนอของแถมให้สุดๆเต็มแม็กที่ บ.เค้ากำหนดมา คุณไม่นกแน่นอน
เราขายของ เทสเตอร์เราไม่มีใครซัพพอร์ท เงินตัวเองล้วนๆที่เสียเทสเตอร์เพื่อให้ลูกค้าได้ลองก่อน เรายังไม่เคยหวงลูกค้าเลย
บางคนมาลอง มาถามทุกวันเป็นเดือนๆ กว่าจะซื้อก็อีกนาน แต่เราว่าสุดท้ายเค้าก็มาซื้ออยู่ดี
เพิ่มเติม…….อันนี้อยากให้อ่านเหมือนกัน
สาวๆค่ะ ประเทศไทย เป็นเมืองร้อน ร้อนมาก ร้อนสุดๆ ร้อนวัวตายควายล้มต้มไข่สุก เพราะฉะนั้น
สินค้าบางอย่าง อย่าได้บ้าตามกระแสค่ะ มันไม่ได้เหมาะกับสภาพผิวคนไทยเราที่ต้องปรับให้เข้ากับภูมิอากาศแม้แต่น้อย
Cusion เนี่ย ถามหากันจัง คือ เกาหลีเค้าประเทศหนาว มีหิมะ อากาศแห้ง
ผู้หญิงบ้านเค้าจึงต้องการเครื่องสำอางที่ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ ชุ่มชื่น —- แล้วมองกลับมาที่ไทย
ตามหาCusionจนได้มาครอบครอง—ซึ่งจริงๆคูชั่นเนี่ยทาแล้วไม่ต้องลงแป้ง แต่สภาพเมืองไทยคุณก็ต้องเซ็ทด้วยแป้งอยู่ดี
ความฉ่ำวาวมันก็หายไปแล้วค่ะ อีกอย่างเราว่ามันแพงมาก แถมได้ปริมาณน้อย ใช้ไม่กี่ครั้งก็หมดแล้วอ่ะ
Your Friends มอบริมฝีปากให้สวยโดดเด่น

อ่านแล้วยังงง ตกลงว่าคุณขายเครื่องสำอางเคาท์เตอร์

แบรนด์แบบของบริษัทตัวจริงหรือแบบร้านตู้?
ถ้าแบบตู้เราขอบอกเลยตามความคิดเราเราไม่เคยซื้อค่ะถึงแม้ราคาจะถูกและยั่วยวนใจขนาดไหนเพราะเราดูไม่เป็น กลัวได้ของปลอม
อย่าเถียงนะว่าร้านตู้นี่มีแต่ของแท้ ดังนั้นเวลาเจอ item ที่หายากๆในตู้ก็จะไปขอจับขอดูหน่อย ส่วนจะกล้าซื้อมั้ย ยังค่ะ
แต่ถ้าคุณบริการดีจนเหลือเชื่อ เราอาจจะซื้ออุปกรณ์แต่งหน้าอื่นๆที่ถึงแม้จะปลอมก็ไม่เป็นไร เช่นแปรงพู่กันเป็นต้น
และถ้าคุณลำไยมากคุณจะเสียเวลาเปล่าและนกค่ะ
Tester คือของลองใช้หน้าร้าน
เอาไว้ลองให้ลูกค้าหน้าร้าน
ไม่ได้ไว้ลองให้บัว
ถ้าจะบัวลองเอง ไม่ว่า แต่อย่าเรียกเรา
ไปลองให้ ถามๆๆๆๆ แล้วคำพูดสุดท้าย
ของลูกค้า คือ ชื่อสีอะไร ดิวตี้ฟรีมีมั้ย
อิฟแอนบอยมีมั้ย เนี่ยเค้าเรียกว่าบัว
ของตัวน้อยๆ เรียก ของแถม
ถ้าไม่ซื้อก็ไม่แถม เข้าใจง่ายสุด
ในเค้าเตอร์แบรนด์ ไม่มีใครเค้าให้ของไปเฉยๆ
หรอกถ้าไม่ซื้อ เป็นไปไม่ได้ ถ้าให้ได้ คงนั่งแจกกันทั้งวัน
มีคนบางประเภทพูดว่า ไม่เคยได้ของแถม ขอไม่เคยได้
แล้วคุณซื้อหรือยัง
ซื้อ ลิป 1 แท่ง จะต้องแถมเลย ก้อไม่ใช่
เค้าเตอร์แบรนด์ ส่วนมากก้อต้องมี step การซื้อ
Ok na’
คนเราสมัยนี้ซื้อของเพื่ออยากได้ของแถม
มากกว่าของขาย
ทำไม่เวลาซื้อเสื้อผ้าแบรนด์ ไม่ถามหาของแถมบ้าง
ทำไมเวลาซื้อกระเป๋าไม่ถามหาของแถมบ้าง
งง
ทุกท่านที่มาอ่านโปรดเข้าใจหน่อยนะคะ สรุปให้เลยค่ะ จขกท. เค้าแค่จะบอกว่า อิชั้นโดนจ้างมาขายคสอ.นะเคอะ
ไม่ได้มานั่งลองให้พวกหล่อนเล่นๆ ถ้าพวกหล่อนสะเออะเดินมาเปิดฝาขวดของอิชั้นลองแล้ว กรุณาควักเงินซื้อไปเลยนะคะ
แล้วถ้าพวกหล่อนสะเออะเอ่ยปากถามข้อมูลมากไปหน่อย ก็อย่าสะเออะเดินหนี ควักเงินซื้อซะดีๆนะคะ
ประมาณนี่เนอะ สรุปสั้นๆให้
รู้สึกร้อนตัวเป็นพิเศษ
เราไม่ไม่ได้ใช่คำพูดที่รุนแรงกับใคร
แล้วก็คุณบัวด้วย
นี่แค่ ความคิดของมุมมองของ พนง
ถ้าไม่ใช่ตัวเอง ก็หุบปากดีกว่าคะ
เพราะถ้าร้อนตัวขนาดนี้ ตอบตั้งแต่คนแรก
เราว่าคงใช่แน่นอน บัว ระวง (ใส่นามสกุลให้คะ)
อ่อ จขกท.คะ ใจเย็นๆสิคะ ดิชั้นแค่สรุปใจความสำคัญที่จขกท. ต้องการจะสื่อให้คนที่เข้ามาอ่านฟังเท่านั้นเอง
เผื่อใครที่ขี้เกียจอ่านยาวๆ ไม่เห็นต้องบอกให้หุบปากเลยนะคะ แหมๆ อย่า bitchy มากนะสิคะ เดี๋ยวหน้าเหี่ยว ขายของไม่ได่นะคะ
เอ๊ะ ! รึว่าเป็นเพราะหนังหน้าของจขกท.เองที่ทำให้ลูกค้าต้องบัวบ่อยๆ ? ดิชั้นว่าชัว 55555555
อ้อ แล้วก็ ด่าบัวมาอีกเยอะๆ เลยค่ะ มันเจ็บตรงไหน กรูล่ะยังงง ดิชั้นบัวก็ดีแล้ว ไม่ต้องโง่เสียเงินให้คนขายกากๆ ทำยอด
คือสำหรับดิชั้นแล้วเนี่ยบัวบ่อยๆอ่ะดีมากเลยค่ะ อ่ะโฮ๊ะๆๆ
อ้อแล้วอีกอย่าง หล่อนน่ะก็บัวนะ “บัวใต้น้ำ”
ว้าย ตายจริง เถียงไม่ออกแล้วถึงกับไล่เลยหรอคะ เสียใจนะเนี่ย
แหมๆกำลังเถียงสนุกๆเลย ไอ้เราก็นึกว่าจะมีหลักการอะไรมากกว่านี้ ให้เถียงกันได้สมน้ำสมเนื้อหน่อย ที่ไหนด๊าย ก็แค่น้องนี
ที่งอแง ขายของไม่ออกเพราะหนังหน้าไม่ผ่าน ถึงกับต้องมาตั้งทู้ระบายฟามในใจ เห้อออ…. อมิตพุธ
ลองเปลี่ยนไปขายรองเท้าแตะมั้ยคะ ดิชั้นว่าน่าจะขายดีกว่านี้นะ ไม่ต้องกลัวบัวเลย
เราไม่เข้าใจคำว่า บัว อ่าค่ะ แต่เข้าใจคำว่า ลำไย และถ้าเจ้าของกระทู้เป็นคนขายเครื่องสำอางแบรนด์นี่
ถ้าเราเจอคนขายแบบนี้นกค่ะ บอกเลย ลำไยจะบอกว่าคนซื้อก็เลือกคนขายเหมือนกัน แบรนด์เดียวกันถ้าเราไม่ชอบคนขายแล้วละก็นะ
คนขายคนนั้นหมดสิทธิ์เลยอ่ะ เราซื้อกับอีกคน แล้วถ้าลำไยทั้งแบรนด์ก็ไปซื้อห้างอื่น จะบอกว่าแบรนด์ที่เราซื้อเนี่ย
ซื้อแค่ลิปก็ให้เทสเตอร์มาอลังมาก (ดิออร์)
ปูลู ชอบข้ออื่นของเจ้าของกระทู้มากค่ะ ยกเว้นเรื่อง บัว และ เทสเตอร์
อยากรู้จัง นี่เคาเตอร์แบรนด์อะไรคะเนี่ย
พนักงานถึงได้มีกิริยา และทัศนคติเช่นนี้
ดิฉันจะไม่ไปเหยียบ ขอบคุณค่ะ
เราซื้อ เครื่องสำอางเคาร์เตอร์แบรนด์ยอมจ่ายแพง นอกจากหวังอยากได้สินค้าดีมีคุณภาพแล้ว เราก็อยากได้บริการดีๆ
สมราคาสินค้าปะคะ แต่ถ้าบีเอเป็นแบบจขก. ก็คงไม่มีเหตุผลใดจะต้องเดินไปหน้าเคาร์เตอร์ให้เสียความรู้สึก พรีออเดอร์ ฝากหิ้ว
อิฟแอนด์บอยก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจค่ะ
Read more รีวิวเครื่องสำอางค์เคาเตอร์แบรนด์ chanel

Facebook Comments